วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อดีตลูกจ้างรัฐเรียกร้องเงินบำเหน็จรายเดือน หลังเรื่องถูกดองเค็มในสมัย "รัฐบาลสมัคร"

              ทำเนียบรัฐบาล-เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 19 ก.พ.56 ตัวแทนจากชมรมเจ้าหน้าที่ของรัฐแห่งประเทศไทย กว่า 50 คน นำโดยนายจรัล บวรจิตมโณ เลขาธิการชมรมเจ้าหน้าที่ของรัฐแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบนโยบายและพิจารณาข้อเรียกร้อง 4 ข้อด้วยกัน คือ 1.เรื่องค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณอายุลูกจ้างประจำ 2.เรื่อง (เกษียณด้วยเหตุสูงอายุ) รับราชการ 10 ปีขึ้นไปมีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จรายเดือน 3.เรื่องเงินบำเหน็จตกทอดค้ำประกันธนาคาร 4.เรื่องลูกจ้างประจำที่เกษียณรับเงินรายเดือนขอปรับเงินเพิ่ม 5% เหมือนข้าราชการบำนาญ โดยมีนายสุพร อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือแทน             นายจรัล กล่าวว่า สำหรับ 4 เงื่อนไขดังกล่าวได้ร้องเรียนในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลังเป็นผู้รับผิดชอบดูแล แต่ปรากฏว่า รมว.คลังมิได้ดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ดังนั้น ทางคณะชมรมฯ จึงได้ทำหนังสืออีกครั้ง และได้เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 14 ก.ย.55 โดยมีนายธนากร โล่ท์สุนทร ผู้ช่วยเลขานุการรมว.คลัง และนายสุทธิรัตน์ รัตนโชติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง เข้าร่วมประชุมหารือด้วย โดยทางกรมบัญชีกลางรับปากว่าจะเร่งดำเนินการเรื่องบำเหน็จค้ำประกันและเกษียณด้วยเหตุสูงอายุ 10 ปีให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 แต่จนถึงขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทำให้ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนในการขอกู้เงินจากธนาคารในเรื่องบำเหน็จตกทอดค้ำประกัน
           ทั้งนี้ นายทินพันธ์ วิภูวาทินี อดีตลูกจ้างประจำ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในอดีตลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุในปี 2551 ทางรัฐบาลให้รับบำเหน็จ ไม่มีโอกาสเลือกรับบำเหน็จรายเดือน ซึ่งอยู่ระหว่างเวลาคาบเกี่ยวกับผู้เกษียณอายุปี 2552 มีโอกาสเลือกรับบำเหน็จรายเดือนได้ โดยในขณะนั้น ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลังในยุคนั้น ได้เห็นชอบหลักการ แต่มีเหตุให้เปลี่ยนชุดรัฐบาลบริหารงานใหม่ เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงานได้ให้บำเหน็จรายเดือนลูกจ้างประจำ ตาม พ.ร.บ.บำเหน็จรายเดือน โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค.52 อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะตัวแทนลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุแล้วนั้น อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือผู้เกษียณอายุ ปี 2551 ให้ได้รับบำเหน็จรายเดือน โดยนำเงินบำเหน็จพร้อมเงินผู้สูงอายุรายเดือน 600 บาทมาคืน
            ทางด้านนายสุพร กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบ และคาดว่านายกรัฐมนตรีอาจจะมีการสั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตรวจสอบต่อไป ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการนั้นยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องนำเรื่องดังกล่าวไปเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบก่อน
******************************************

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ1 มีนาคม 2556 19:15

    ขอให้เร่งพิจรณาด้วยค่ะตอนนี้เดือดร้อนกันมากให้ความเป็นธรรมกับลูกจ้างบ้าง

    ตอบนำออก
  2. ไม่ระบุชื่อ5 เมษายน 2556 11:04

    เรียนสมาชิกชมรมฯ ทราบ
    เรื่อง เกษียณด้วยเหตุสูงอายุ 10 ปี ขึ้นไป - และเรื่องค่ารักษาพยาบาล
    ต้องรอไปก่อน - ส่วนเรื่องบำเหน็จค้ำประกันคาดว่าผู้ที่เกษียณไปแล้วจะคงได้ใช้ก่อนในเร็วๆนี้ ขอให้ติดตามต่อไป

    จากประธานชมรมเจ้าหน้าที่ของรัฐแห่งประเทศไทย

    ตอบนำออก